Skip to main content
เทวาและเหล่ามาร ตามความเชื่อคาทอลิก

BOOK

บทที่ 6 ธรรมชาติของทูตสวรรค์

เมื่อเรายอมรับถึงการมีอยู่ของสิ่งสร้างฝ่ายจิตที่เรียกว่าทูตสวรรค์ โดยอาศัยวิวรณ์และการยืนยันจากการไตร่ตรองทางอภิปรัชญาแล้ว เราจะสามารถกล่าวสิ่งใดเกี่ยวกับพวกท่านได้บ้าง? คาร์ล บาร์ธ (Karl Barth) ปรารถนาให้นักเทววิทยายึดติดอยู่กับการไตร่ตรองถึงบทบาทหน้าที่และพันธกิจของบรรดาทูตสวรรค์ตามที่พระคัมภีร์ได้นำเสนอไว้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตัดสินในเชิงลบต่อพัฒนาการที่นำพาบรรดาปิตาจารย์ของพระศาสนจักรไปสู่ความสนใจในธรรมชาติของทูตสวรรค์ หรือ "ภววิทยา" (ontology) ของพวกท่าน ถึงกระนั้น การขับเคลื่อนอย่างเฉพาะเจาะจงแห่งความเข้าใจในความเชื่อก็คือสิ่งที่กระตุ้นให้คริสตชนต้องสืบค้นธรรมชาติที่แท้จริงของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ด้วยความสุขุมทว่าแน่วแน่ และก็ไม่แน่เสมอไปว่าความสนใจอันชอบธรรมนี้จะแปลกแยกจากพระคัมภีร์ดังที่บางคนอยากจะเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้น แนวทางเชิงภววิทยานี้ แทนที่จะไปแข่งขันกับแนวทางเชิงความรอดพ้น (soteriological approach) กลับกลายเป็นรากฐานที่ดีที่สุดให้แก่แนวทางดังกล่าว นั่นคือ การกระทำย่อมได้รับการอธิบายโดยการดำรงอยู่

เราอาจอ้างได้ว่าเรามีความรู้ประเภทใดเกี่ยวกับธรรมชาติของทูตสวรรค์? สติปัญญาของเรา ซึ่งถูกตั้งโปรแกรมในโลกเบื้องล่างนี้ให้รู้จักสารัตถะของโลกแห่งวัตถุ ไม่มีญาณทัสนะหรือความรู้โดยตรงเกี่ยวกับสสารที่ปราศจากวัตถุ (immaterial substances) ทว่า เมื่อเริ่มต้นจากหลักการที่ว่าทูตสวรรค์คือสสารทางปัญญาล้วนๆ (purely intellectual substances) การใช้เหตุผลทางอภิปรัชญาที่ได้รับความสว่างจากความเชื่อ ก็สามารถบรรลุถึงความรู้ทางอ้อมบางประการเกี่ยวกับคุณสมบัติทั่วไปของสสารเหล่านี้ได้ เรานำสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับคุณสมบัติทางอภิปรัชญาทั่วไปของสสารที่ถูกสร้างขึ้น และที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือของสสารทางปัญญา มาประยุกต์ใช้กับทูตสวรรค์โดยการเปรียบเทียบ (analogically) ในการทำเช่นนี้ เราอาศัยความรู้ที่เรามีเกี่ยวกับชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณในร่างกายของเราเอง และได้สร้างแนวคิดว่าชีวิตของประธานฝ่ายจิตที่ถูกสร้างขึ้นล้วนๆ นั้นเป็นอย่างไร ผ่านการเปรียบเทียบและแยกแยะความแตกต่าง (โดยการตัดสิ่งใดก็ตามในชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของเราที่เชื่อมโยงกับความเป็นร่างกายอย่างแยกไม่ออก ออกไปจากทูตสวรรค์) ขั้นตอนนี้ไม่ได้นำไปสู่ความรู้เรื่องสิ่งนั้นคืออะไร (quid sit) หรือ "ความเป็นอะไร" (quiddity) ของบรรดาทูตสวรรค์แต่อย่างใด กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ไม่ได้นำไปสู่หลักการอธิบายขั้นสูงสุดที่จะสามารถชี้แจงถึงคุณสมบัติส่วนบุคคลของทูตสวรรค์แต่ละองค์ได้ แต่มันมอบความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับธรรมชาติที่มีร่วมกันของบรรดาทูตสวรรค์

BOOK